วิธีหาไอเดียใหม่ๆ สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มหายังไง จริงๆ แล้วการหาไอเดียใหม่ๆ มี pattern ของมัน ซึ่งมีทั้งหมด 7 วิธี ซึ่งมาจากงานวิจัยของ McKinsey

1.การขายผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้ว ให้ลูกค้าปัจจุบัน

เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเริ่มต้นธุรกิจ ตรงไปตรงมาที่สุด และซับซ้อนน้อยที่สุด เพราะมันมี demand และ supply ที่เราเห็นอยู่แล้ว เช่น การขายกาแฟ, การขายเครื่องสำอาง, ร้านอาหาร เป็นต้น

มันเป็นการที่เรากระโดดเข้าไปในตลาดนี้ และเพิ่ม supply การขายมาอีก brand นึง

ซึ่งในตลาดนี้ เราต้องคิด value proposition ดีๆ เพราะตลาดนี้มีความต้องการของการซื้อและขายอยู่แล้ว การที่เราเข้าไปเท่ากับการเข้าไปแย่งลูกค้าจาก brand อื่นมา

เช่น ถ้าเราอยากเข้าไปขายกาแฟที่เชียงใหม่ ที่มีการแข่งขันที่สูง เราจำเป็นต้องทำให้ตัวเรานั้น แตกต่างและโดดเด่งกว่า คู่แข่งเดิมที่มีอยู่แล้ว เช่น แต่งร้านให้โดดเด่น packaging ที่สวยงาม การบริการที่แปลกใหม่ เป็นต้น


2.การขายผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้ว ให้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ

อันนี้ต่อยอดจากข้อแรก คือ การต่อยอดเข้าไปอีกหน่อย โดยการมองหาลูกค้ากลุ่มใหม่ ที่มีความต้องการสินค้าประเภทนี้ แต่ยังไม่มีอะไรที่ตอบโจทย์เขา

ตัวอย่าง

Nike ที่เริ่มต้นจากการทำรองเท้าวิ่ง ที่ผ่านมา nike ขายแค่รองเท้าวิ่งเท่านั้น ทีนี้ เมื่อ nike มองมาในตลาดข้างๆ ก็จะเห็นสินค้ากลุ่มอื่นๆ ที่มีความต้องการรองเท้าเหมือนกัน อย่างกลุ่มของคนเล่นสเก็ตบอร์ด ซึ่ง nike ก็มองว่า รองเท้าของเขาบางรุ่นก็ใส่เล่นได้นะ แต่ต้องปรับปรุงนิดหน่อย แต่ยังคงเอกลักษณ์ของ nike อยู่ Nike SB


3.สร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ กับตลาดที่ยังไม่เคยมีสินค้าเหล่านี้มาก่อน

เป็นการเปิดน่านน้ำใหม่เลย ลองมองมุมกลับ เพื่อมองหากลุ่มลูกค้าใหม่เลย ในข้อนี้ยังรวมไปถึงกลุ่มลูกค้าที่ยังไม่มีใครเข้าไปเป็นเจ้าตลาด

เช่น ในตลาดมีลิปสติกสำหรับผู้หญิงเยอะมากมายแล้ว แต่ถ้ามเรามองไปจริงๆ ผู้ชายก็ใช้ลิปสติกได้ เพื่อเป็นการรักษาริมฝีปากให้สุขภาพดี เราก็สามารถสร้างผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มผู้ชายได้ เป็นต้น


4.เปลี่ยนวิธีการส่งมอบคุณค่าใหม่ๆ

ผลิตภัณธ์เหมือนเดิม แต่เปลี่ยนวิธีการส่งมอบคุณค่า

ลองนึกดูว่า เมื่อก่อนการจะเปิดร้านอาหารต้องอยู่ที่ location ดีๆ ทำเลดีๆ ยิ่งคนผ่านเยอะยิ่งดี

แต่ปัจจุบันเราจะเห็นว่าหลายๆ ร้านจะเปิดที่ไหนก็ได้ เช่น เริ่มต้นเปิดที่บ้าน คอนโด หรือในซอยที่ไหนสักที่ แล้วส่ง delivery เอา

เห็นไหมว่า เราก็ขายผลิตภัณฑ์เดิม คือ อาหาร ลูกค้าก็กลุ่มเดิม แต่วิธีการส่งมอบแตกต่างออกไป


5.ย้ายไปภูมิภาคใหม่

วิธีที่ง่ายที่สุดเลย คือ การมองหาสิ่งที่ผลิตภัณฑ์หรือธุรกิจที่ยังไม่มีอยู่ในจังหวัดหรือประเทศของเรา แต่มีอยู่แล้วในจังหวัดหรือประเทศอื่นที่มีไอเดียธุรกิจที่มีลูกค้าเยอะ demand & supply เยอะเลย แต่ในพื้นที่เรายังไม่มีอะไรแบบนี้

เราก็เอามาเปิดหรือขายที่จังหวัด/ประเทศของเราบ้าง เพราะมันถูกพิสูทธิมาแล้วว่ามีความต้องการซื้อและประสบความสำเร็จได้จริง


6.การพัฒนาโดเดลธุรกิจใหม่

สำรวจว่าธุรกิจในโลกของเรามันมีอะไรประสบความสำเร็จบ้าง เช่น demand & supply มันประสบความสำเร็จยังไง โดยที่เมื่อก่อนมันอาจจะมีการตั้งราคาขายแบบนึงและรูปแบบการขายแบบนึง

เราออาจจะให้คุณค่าแบบเดียวกันเลย แต่เปลี่ยนรูปแบบการขายหรือรายได้ไปเป็นอีกแบบนึงเลยที่น่าจะตอบโจทย์ลูกค้ามากกว่า

เช่น

เมื่อก่อนเราขายโปรแกรมแบบ license ซึ่งทำให้ลูกค้าบางกลุ่มอาจจะไม่ซื้อเราเพราะรู้สึกว่าใช้ไม่คุ้ม เลยเกิดสิ่งที่เรียกว่า subscription ที่เปลี่ยนการซื้อขาด เป็นเช่าใช้รายเดือน เป็นต้น

อีกตัวอย่าง คือ มีดโดนหนวดที่เมื่อก่อนต้องซื้อทั้งด้ามซึ่งมีราคาแพง แต่ gillette เห็นว่า demand คือ คนที่ต้องการโกนหนวด กับ supply คือ มีดโกนหนวดคุณภาพดี ที่ออกมาให้โกนง่ายๆ

สิ่งที่ gillette ทำ คือ ออกแบบรูปแบบการขายใหม่ คือ การขายมีดโกนพร้อมด้ามจับในราคาถูกได้ ไปหวังกำไรจากการขายใบมีดโกนหนวดเอา


7.เข้าซื้อธุรกิจหรือร่วมทุน

วิธีนี้เป็นการเพิ่มขีดความสามารถให้แก่กิจการของเรา

ตัวอย่าง

facebook ที่ต้องการขยายฐานลูกค้าของตัวเองให้มากขึ้น โดยการไปซื้อ instragram ที่มีฐานลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งเข้ามา เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจตัวเอง


ทั้ง 7 รูปแบบนี้ ขึ้นอยู่กับเราเลยว่า ชอบแบบไหน และทำแบบไหนได้ ถ้าอยากทำธุรกิจก็ลองเรา 7 ข้อนี้ไปลองกันดู