ตั้งแต่สมัย startup สิ่งที่มักถูกถามบ่อยๆ จาก vc / investor คือ unfair advantage ของ product คืออะไร และส่วนใหญ่ของ product มักจะไม่มี ถ้ามีก็เป็นเรื่องของ "ทำก่อน" หรือ "ราคาถูกกว่า" (Money)

💡
อยากรู้ว่า unfair advantage มีอะไรบ้าง ให้ไปดู MILES Framework หรือเดี๋ยวผมค่อยเขียนให้อีกบทความหนึ่ง

ทีนี้มาในช่วงนี้ที่เป็น challenge ใหญ่จาก ai ที่ใครๆ ก็สามารถสร้าง product ของตัวเองใช้ได้แล้ว

มีหลายอย่างที่เราต้องดู แต่ของพูดแค่เรื่อง unfair advantage อย่างเดียวก่อน.คำถามที่ทุกๆ บริษัทต้องตอบให้ได้ คือ unfair advantage ที่เรามีอยู่ตอนนี้ยังใช้ได้อยู่ไหม?

บริษัทแพลตฟอร์มที่ไม่กระทบการถูก disrupt จาก AI ได้หลังจากนี้ คือ บริษัทที่มี unfair advantage จริงๆ

แต่ก็ไม่ใช่ทุก unfair advantage ที่เป็นกำแพงแข็งแกร่ง บางตัวอาจจะถูก challenge แล้ว

Unfair ตัวไหนที่อยู่รอด

ในมุมของผมนะ หนึ่งใน unfair advantage ที่ยังทรงพลังอยู่ตอนนี้ คือ deal ใครที่มี deal ดีกว่าคนอื่น ก็ถือว่าได้ดีกว่า

เพราะเราไม่สามารถสั่ง AI ให้ไป deal กับ partner/provider ได้ ส่วนนี้คนต้องทำเอง และบาง deal

คนๆ เดียว ไม่อาจเข้าไปขอ deal จาก partner/provider ได้ ยกเว้นเขาจะสร้าง volume ของ deal นั้นได้เยอะจริงๆ ซึ่งมีน้อยคนที่ทำได้

อีกทั้งบาง deal ต้องอาศัย unfair อีกตัว คือ Location & Luck (สถานที่ และ บุญบารมี) ถึงจะได้

อีกหนึ่ง unfair ที่ทำให้เราเหนือคู่แข่ง สำหรับ product ที่ทำมาแล้ว และ ใช้ถ่วงเวลา คือ เงิน (Money) ถ้ามีมากพอที่จะเปลี่ยน business ตัวเองให้ไปกับ wave ของ ai ได้

Unfair ตัวไหนเสี่ยง

ส่วน unfair advantage ที่เสี่ยง คือ

Education & Expertise ถ้าไม่มี deep expert จริง ก็ยากที่จะสู้กับคลื่น AI เพราะ expert domain นั้น ai ไม่สามารถเข้าถึงได้ เพราะเป็นข้อมูลเฉพาะจริงๆ

รองลงมา คือ Intelligent & Insight ในมุมของ Intelligent โดน ai รุกคืบเข้ามาแล้ว แต่ยังมีเรื่องของ Insight ที่ยังพอยื้อได้อยู่ ด้วยเหตุผลเดียวกันกับ Expertise

ดังนั้นถึงเวลาที่ต้องกลับมาพิจารณาดูว่า unfair advantage ของเรานั้น ป้องกันคลื่น ai ได้หรือเปล่า

ถ้าป้องกันได้ก็มองหา solution ที่จะเอา unfair advantage นั้นไปใช้ให้เหมาะกับ ai

แต่ถ้าไม่ ก็ได้เวลา มองหา หรือ สร้าง unfair advantage ใหม่ๆ ได้เลย