ถ้าเราอ่านหนังสือไปแล้วหลายสิบเล่ม ไม่ว่าจะเรื่องการเงิน การพัฒนาตัวเอง การทำงาน หรือ การทำธุรกิจ แต่กลับจำแทบไม่ได้ นำไปใช้ไม่ถูก

ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่สมองของเรา แต่อยู่ที่ "วิธีการอ่าน" ที่ไม่สามารถทำให้เราเข้าใจ และ ดึงเอาความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตจริงได้

คนส่วนใหญ่มักมีวิธีการอ่านหนังสือแบบเดียวกัน คือ เปิดหน้าแรกอ่านไปจนจบ แล้วก็หวังว่าจะจำและนำไปใช้ได้

แต่ความจริง คือ การอ่านแบบนี้เหมือนกับการกินอาหารโดยไม่เคี้ยว เราอาจรู้สึกอิ่ม แต่ร่างกายอาจรู้สึกแย่ ท้องเราอาจรู้สึกอืด

Mortimer J. Adler และ Charles Van Doren ผู้เขียนหนังสือ "How to Read a Book" ได้อธิบายถึงระดับการอ่าน 4 ระดับ ที่ทำให้เราไม่ใช่แค่อ่าน แต่ต้องรู้ลึกและเข้าใจในหนังสือหรือหัวข้อนั้นๆ

ซึ่งแต่ละระดับจะทำให้เราจะได้เห็นภาพรวมของ “ทักษะการอ่าน” และ ดึงความรู้ไปใช้ได้มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อคุณไปถึงในระดับที่ 3 - 4


1. การอ่านระดับพื้นฐาน (Elementary Reading) – เข้าใจว่าประโยคนี้พูดอะไร

ระดับนี้ คือ การอ่านเพื่อทำความเข้าใจความหมายตามตัวอักษร ว่าคำ และ ประโยคแต่ละประโยคหมายถึงอะไร เหมือนกับการอ่านหนังสือนิทานสำหรับเด็กที่ไม่มีอะไรซับซ้อน


2. การอ่านเพื่อสำรวจ (Inspectional Reading) – รู้ว่าหนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร

ถ้าเราไม่มีเวลามากพอในการอ่าน แล้วต้องกวาดสายตา ดูชื่อเรื่อง สารบัญ คำนำ บทสรุป หรือ แค่อ่านรวดเดียวจนจบโดยไม่หยุด นี่คือ ระดับที่เรากำลังอยู่

มันเหมือนกับ การดูแผนที่ทั้งหมดก่อนเดินทาง เราจะรู้ว่ามีเส้นทางไหน จุดหมายปลายทางอยู่ตรงไหน แทนที่จะเดินไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่ากำลังไปที่ไหน

แต่เมื่อไหร่ที่เราเริ่มคิด วิเคราะห์ระหว่างอ่าน คุณกำลังอยู่ในระดับถัดไป


3. การอ่านเชิงวิเคราะห์ (Analytical Reading) – เข้าใจลึกและดึงไปใช้ได้

ระดับนี้คือ การอ่านอย่างละเอียดและถี่ถ้วน เพื่อทำความเข้าใจเนื้อหาอย่างลึกซึ้ง

วิธีการ:

  • วิเคราะห์โครงสร้างหนังสือ
  • ทำความเข้าใจคำสำคัญ ประโยคหรือไอเดียหลักในเล่ม
  • หาข้อเสนอและข้อโต้แย้ง ขณะอ่านหนังสือ
  • ตัดสินด้วยเหตุผลว่า จะเห็นด้วยกับแนวคิด ไอเดียในหนังสือนี่หรือไม่

ตัวอย่างเช่น

บิล เกตส์ ที่มักจะคิด และ เขียนข้อโต้แย้งของเขาลงในหนังสือที่เขากำลังอ่านไว้เสมอ เพื่อตกผลึกความคิด และ ไอเดียขณะที่อ่าน

หลักการของระดับนี้ คือ การอ่านต้องเป็นการพูดคุยระหว่างผู้อ่านกับผู้เขียน ไม่ใช่แค่อ่านเฉยๆ


4. การอ่านเชิงเปรียบเทียบ (Syntopical Reading) – สร้างความรู้ใหม่จากหลายแหล่ง

ระดับสุดท้าย คือ การอ่านหนังสือหลายเล่มในหัวข้อเดียวกัน เพื่อสร้างความเข้าใจในหัวข้อนั้นๆ มากกว่าแค่การอ่านหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่ง

ซึ่งคล้ายกับ Elon Musk ที่มักอ่านหนังสือโดยเน้นไปที่การเข้าใจ “พื้นฐานแรกสุด” ของหัวข้อนั้น (First Principle) ก่อนจะขยายหัวข้อไปศึกษาเรื่องที่ใกล้เคียง เป็นเหมือนกับต้นไม้

กลับกันหลักการของ Mortimer J. Adler และ Charles Van Doren ผู้เขียนหนังสือ "How to Read a Book” นั้นเน้นการเข้าใจ “ภาพรวม” ก่อนแล้วค่อยขยายความรู้ไปอ่านในหัวข้อใกล้เคียง


การอ่านทั้ง 4 ระดับนี้ไม่ได้แยกออกจากกัน แต่ทั้งหมดเป็นวิธีการอ่านที่สามารถเกิดขึ้นพร้อมกัน อยู่ที่ว่า เราจะเริ่มตั้งคำถาม เริ่มคิดระหว่างอ่าน และเริ่มอ่านหนังสือหลากหลายขึ้นเมื่อไหร่?

และเมื่อเราอยู่ในระดับที่ 4 การอ่านของเราจะเปลี่ยนจาก "กิจกรรมยามว่าง" กลายเป็น "กิจกรรมสนทนากับผู้เขียน" ที่เราไม่ได้แค่เพิ่มความรู้ แต่ยังได้มุมมองใหม่ๆ กลับไปใช้ในชีวิตอีกด้วย