ปีนี้ ลองนำเอา SMART Objective มาใช้กับน้องๆ ในทีม เพื่อกำหนดเป้าหมายให้กับทีมและน้องๆ
เลยขอสรุปคู่มือพนักงานเก็บไว้สักหน่อย
SMART Objective คืออะไร (อ่านจบใน 1 นาที)
SMART Objective คือ วิธีตั้งเป้าหมายการทำงานให้ ชัด วัดได้ และยุติธรรม เพื่อให้ทุกคนรู้ตรงกันว่า:
- ต้องโฟกัสอะไร
- แค่ไหนเรียกว่า “ทำได้ตามคาดหวัง”
- อะไรคือ “ทำได้ดีเกินคาดหวัง”
SMART ไม่ใช่เครื่องมือลงโทษ แต่เป็นเครื่องมือช่วยให้ทำงานโดยไม่ต้องเดาใจหัวหน้า
SMART ย่อมาจากอะไร (อธิบายแบบคนทำงานจริง)
S – Specific (ชัดเจน)
เป้าหมายต้องบอกได้ว่า โฟกัสอะไรแน่ ไม่กว้างจนตีความต่างกัน
- ❌ พัฒนาระบบให้ดีขึ้น
- ✅ ลด production bug ระดับ High
M – Measurable (วัดได้)
ประเมินจาก ข้อมูลและข้อเท็จจริง ไม่ใช่ความรู้สึก
- เช่น %, จำนวนครั้ง, เวลา, SLA
A – Achievable (เป็นไปได้จริง)
ตั้งเป้าบนความเป็นจริงของ workload และทรัพยากร
- เป้าที่ดี = ท้าทาย แต่ไม่ทำให้ burnout
R – Relevant (เกี่ยวข้องกับงานจริง)
สิ่งที่ทำต้อง มีผลกับทีม ลูกค้า หรือระบบ
- ไม่ใช่งานลอย หรือทำเพื่อรายงานอย่างเดียว
T – Time-bound (มีกรอบเวลา)
ต้องรู้ว่า เมื่อไหร่ถือว่าจบ และจะ review ตอนไหน
SMART Objective ใช้อย่างไรในองค์กรนี้
1. เราแยกเป้าหมายเป็น 2 ระดับ
- ระดับทีม → วัดผลลัพธ์ร่วมกัน (Delivery, Quality, SLA)
- ระดับบุคคล → วัดการมีส่วนร่วมและการพัฒนา
ผลลัพธ์วัดที่ทีม ไม่โทษใครคนเดียว การเติบโต คุยกันเป็นรายบุคคล
ตัวอย่าง SMART Objective ที่ดี
ตัวอย่าง (ทีมพัฒนา)
ภายใน Q2/2026 ทีมสามารถส่งมอบงานตาม sprint plan ได้ ≥ 90% และลด production bug ระดับ High ลง ≥ 30%
ตัวอย่าง (รายบุคคล – Developer)
ภายใน 6 เดือน ส่ง PR ที่ผ่าน code review รอบแรก ≥ 85% และไม่มี critical bug จาก code ตัวเองเกิน 1 ครั้งต่อไตรมาส
ตัวอย่าง (Incident / Ops)
ภายใน Q2/2026 ทีมลด MTTR สำหรับ incident P1 ลงเหลือ ≤ 60 นาที
สิ่งที่ SMART Objective ไม่ใช่
SMART Objective ไม่ใช้เพื่อ:
- หาคนผิดเมื่อเกิด incident
- วัดว่าใครเก่งกว่าใคร
- ใช้ลงโทษย้อนหลัง
แต่ใช้เพื่อ:
- ทำให้ความคาดหวังชัดเจน
- ปรับปรุงวิธีทำงาน
- คุยกันด้วยข้อมูล ไม่ใช่อารมณ์
ถ้าคิดว่า SMART Objective ไม่แฟร์ ทำอย่างไร
คุณสามารถ:
- คุยกับหัวหน้าว่าเป้านี้ยากหรือง่ายเกินไป
- เสนอการปรับเป้าระหว่างทาง (ถ้ามีเหตุผล)
- ขอ feedback / coaching ได้ตลอด
SMART Objective เป็นสิ่งที่ “ปรับได้” ไม่ใช่ของตาย
ข้อความสุดท้าย
SMART Objective มีไว้ให้เราทำงานสบายใจขึ้น รู้ว่าทำแค่นี้ถือว่าดีแล้ว และอะไรคือการเติบโตต่อไป